Tanabata Matsuri
posted on 08 Aug 2009 19:11 by mydestiny-jsrb
Tanabata Matsuri
เทศการดวงดาว
เทศการ Tanabata Matsuri เป็นเทศการที่สำคัญเทศกาลนึงของชาวญี่ปุ่น
โดยในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีชาวญี่ปุ่นว่ากันว่าดาว2ดวงบนทางช้างเผือก คือดาววีกา เป็นดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวพิณหรือดาว Lyra และดาวตานกอินทรีย์หรือดาวaquilar จะสว่างสดใสและโคจรเข้ามาใกล้กันมากที่สุด จึงเป็นที่มาของเทศกาลดวงดาวหรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า"Tanabata Matsuri"
ในปัจจุบันเทศกาลนี้จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทุกๆปี และชาวญี่ปุ่นถือว่าเป็น 1 ใน 5 เทศกาลที่สำคัญที่สุดเทศกาลหนึ่งและยังมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เป็นจำนวนมาก
งานจะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีการปิดถนนหลายสายเพื่อให้ร้านค้าและบริษัทต่างๆที่มาขายสินค้าจัดตกแต่งโคมกระดาษสีสันสดใสมากมาย แถมยังมีขบวนพาเหรดอีกด้วย และชาวญี่ปุ่นจะแต่งตัวด้วยชุดยูคาดะออกมาเดินเที่ยวกัน
มีธรรมเนียมการขอพรจากดวงดาว ด้วยการเขียนคำอวยพรลงบน"ทังซาคุ"หรือกระดา 5 สีนั่นเอง เมื่อเขียนแล้วก็นำไปแขวนกับกิ่งไม้ที่ตัดมา แล้วติดไว้บริเวณบ้านหรือตามโรงเรียน ห้างสรรพสินค้าและสถานีรถไฟทั่วญี่ปุ่นพร้อมทั้งประดับประดาตกแต่งด้วยการพับและตัดกระดาษแบบต่างๆ ให้สวยงามคล้ายการตกแต่งต้นคริสมาสต์
เทศกาลนี้มีตำนานเล่าขานกันมาเป็นตำนานที่โรแมนติกมากโดยเป็นตำนานที่สืบเนื่องมาจากประเทศจีน เล่าต่อๆ กันมาว่า บนทางช้างเผือกนั้นมีเทพผู้ดูแลสวรรค์อยู่องค์หนึ่ง ซึ่งท่านมีลูกสาวโฉมงามนามว่า " โอริ ฮิเมะ " อาศัยอยู่ทางฝั่งทางเหนือของทางช้างเผือก เล่าลือกันว่าเธอขยันขันแข็งและมีฝีมือปราณีตในการทอผ้า โดยแต่ละวันเจ้าหญิงโอริ ฮิเมะ จะนั่งทอผ้ามิได้หยุดพัก จนพ่อของนางอดเห็นใจนางไม่ได้ จึงเริ่มมีความคิดว่าน่าจะให้ลูกของตนได้มีความรักกับเขาบ้าง จึงมีการแนะนำหนุ่มผู้เลี้ยงวัวผู้สง่างาม กล้าหาญ และขยันขันแข็งนามว่า " ฮิโกโบชิ " ผู้ซึ่งอยู่ทางฝั่งทางใต้ของทางช้างเผือก เมื่อทั้งสองพบกันต่างก็ตกหลุมรักกันอย่างจัง จึงตกลงแต่งงาน
ท่ามกลางความโล่งใจของผู้ดูแลสวรรค์ว่าคราวนี้ลูกตนคงมีความสุขกับเขาบ้าง แต่ดูท่าว่าเจ้าหญิงทอผ้าและเจ้าชายเลี้ยงวัวจะมีความสุขเสียจนเกินขอบเขต จนถึงขนาดไม่ทำการทำงาน ลุ่มหลงในความรัก แต่ละวันเอาแต่เที่ยวและเจ้าหญิงก็เลิกทอผ้าไปในที่สุด ความทราบถึงผู้เป็นพ่อจึงไม่พอใจเป็นอย่างมาก สั่งให้ทั้งสองคนแยกจากกัน แล้วกลับไปทำหน้าที่ของตน เจ้าหญิงทอผ้าเศร้าโศกเสียใจมากเอาแต่ร้องไห้ ตรอมใจจนไม่สามารถกลับไปทอผ้าได้อีก เมื่อผู้เป็นพ่อเห็นดังนั้นก็อดสงสารลูกไม่ได้ จึงให้โอกาสทั้งสองคนได้พบกัน ตั้งแต่นั้นทั้งสองตั้งใจและขยันทำงานของตนไปอย่างดี ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีจะให้โอกาสทั้งสองคนได้พบกัน ตั้งแต่นั้นทั้งสองจึงตั้งใจทำงานและรอคอยให้ถึงวันนี้ วันที่จะได้มาพบกันอีกครั้งบนทางช้างเผือก
credit:เครื่องสำอาง DHT www.dht.co.th
มาเม้นแล้วนะ
#1 By ^^nok^^ on 2009-09-02 21:30